วิธีออมเงินของคู่รักง่าย ๆ


คู่รักหนุ่มสาวที่กำลังเก็บเงินเก็บทองหันมาทางนี้ เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะให้ชีวิตการเงินของคุณทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบรื่นเพราะอย่าลืมไปละว่า เรื่องรักกับเรื่องเงินมันคนละเรื่องเดียวกัน บริหารให้เป็นไว้เถิด แล้วหัวใจสีชมพูจะราบรื่นไปจนถือกระบองยอดเพชรเลยทีเดียว

คงไม่ปฏิเสธกันว่า เดี๋ยวนี้คู่รักหลายคู่มักมองการเก็บเงินทองไว้เพื่อการแต่งงาน และการสร้างเรือนหอ จริงอยู่ค่ะ ที่เงินก้อนแรกของชีวิตคู่มักจะหมดไปกับเรื่องเหล่านี้ แต่เรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกล่ะ คุณ ๆ ได้มองเผื่อไว้หรือเปล่า ที่เราบอกเช่นนี้เพราะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ (คุณมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย) อาจบานปลายและเป็นปัญหาใหญ่ได้ถ้าไม่เตรียมวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ สำคัญที่สุดคือการสื่อสารระหว่างกัน ส่วนประเด็นจะเป็นอะไรบ้างนั้น ลองนำตัวอย่าง 5 ประการเหล่านี้ไปเป็นไอเดียกันดู

1. เปิดอกเรื่องการใช้เงิน

เพราะแต่ละคนก็ต่างที่มา แถมยังมีสไตล์การจับจ่ายที่แตกต่างกันออกไปอีกคุณทั้งคู่จึงควรหันหน้าเขาหากัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องอุปนิสัยในการใช้จ่ายให้ชัดเจนขอแนะนำให้พูดคุยกันตั้งแต่แรกๆ ที่คบหา เพราะเงินทองเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และจะดีมาก หากคุณจะบอกเล่าถึงปัญหาเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (แถมยังทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้นอีกด้วย) บอกจำนวนรายได้ที่แท้จริงอย่างไม่ปกปิด จำนวนเงินเก็บ วงเงินบัตรเดรดิต ที่สำคัญ บอกไปเลยว่าแต่ละคนมีหนี้สินคนละเท่าไหร่ และจะทำอย่างไรให้หนี้ก้อนนี้คลี่คลายไปได้ มากยิ่งกว่านั้น หากคุณมีความฝัน ไม่ว่าการลงทุน หรือซื้อหาอะไรก็ตามแต่ คุณควรบอกกล่าวต่อกัน เผื่อว่าอีกคนจะสามารถต่อเติมฝันจนเป็นจริงได้ไงล่ะรู้หรือเปล่า!

ผู้หญิง 40 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชาย 36 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าพวกเขาปกปิดเรื่องค่าใช้จ่ายต่อคู่ของตน โดยเฉพาะเรื่องของสินค้าฟุ่มเฟือยเปิด

2.บัญชีร่วมกัน

เป็นเรื่องดีที่ต่างคนต่างมีเงินเก็บแต่หากมั่นใจแล้วว่าคุณทั้งคู่จะลงหลักปักฐานด้วยกัน เราขอแนะนำ (โดยเฉพาะคู่รักหนุ่มสาว) ให้เปิดบัญชีร่วมกันสักหนึ่งบัญชี เพื่อเก็บสะสมเงินทองไว้ใช้จ่ายในกรณีของชีวิตคู่ ไม่ว่าการลงทุนในกิจการเล็ก ๆ การจับจ่ายในทรัพย์สินบางอย่าง หรือการใช้หนี้ที่คุณทั้งสองตกลงใจจะชำระร่วมกัน แต่ทั้งนี้ควรตกลงกันให้มั่นเหมาะ ว่าเงินก้อนนี้มีเป้าหมายในการใช้จ่ายอย่างไรบ้าง จงขี้แจงให้เป็นนิสัย เพราะการสื่อสารจะทำให้ปัญหาในการใช้จ่าย (และปัญหาอื่น ๆ) ลดลงได้เยอะ

รู้หรือเปล่า! ตัดสินใจให้มั่นเหมาะ ว่าบัญชีเล่มนี้จะใช้ชื่อของใคร(หรือจะใช้ชื่อของทั้งสองคน) เพราะอย่าลืมว่าเมื่อต้องการทำธุรกรรมเจ้าของบัญชีต้องเป็นผู้ดำเนินเรื่อง แต่หากเจ้าของบัญชีมีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจนัก อะไรจะเกิดขึ้น

3.วางแผนสำรองล่วงหน้า
แผนสำรองที่เรากล่าวถึง คือการวางแผนแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไม่ว่าอบัติเหตุ การมีบุตรรวมไปถึงการหย่าร้าง จำไว้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หรือการพูดเป็นลาง แต่จะดีกว่ามาก หากคุณทั้งคู่วางแผนไว้แล้วหากมีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น เช่นหากทั้งคู่หย่าร้าง แต่มีหนี้สินที่ยังต้องรับผิดชอบร่วมกัน คุณทั้งสองจะทำอย่างไร จะร่วมกันจ่ายหรือจะแบ่งไปเลยว่าหนี้ก้อนไหนใครเป็นผู้รับผิดชอบ หรือเรื่องการเงินสำหรับลูก ๆ ก็เช่นกัน คุณจะทำอย่างไรสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าค่าเล่าเรียน ค่าเลี้ยงดู รวมทั้งค่าใช้จ่ายจิปาถะ ที่ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ ดูตัวอย่างคู่ร้างหลายคู่ที่ฟ้องร้องเรื่องเงินทองหลังการหย่านั่นดูสิ้ ว่าน่าปวดหัวขนาดไหน

รู้หรือเปล่า! ในต่างประเทศมักตั้งทนายประจำตระกูลสำหรับจัดการบัญชีต่าง ๆ ส่วนบ้านเราที่ไม่ค่อยอยากมีเรื่องคดีความ ขอแนะนำให้ตกลงเรื่องหนี้สินทุกอย่างให้ขัดเจนก่อนใช้ชีวิตคู่

4. ตกลงเรื่องค่าใช้จ่าย

เพราะผู้หญิงยุคใหม่หลายต่อหลายคนมาแรงแซงล้ำจนมีรายได้และตำแหน่งสูงกว่าฝ่ายชาย การพูดคุยเรื่องรายได้ที่คุณได้รับมากกว่า และค่าใช้จ่ายในครอบครัว (ที่ควรช่วยกัน) จึงจำเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้ทั้งคู่เกิดปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในภายหลัง คุยกันไปเลยว่าคุณผู้ชายโปรดอย่ามองเห็นรายได้ที่มากกว่าเป็นปัญหาใหญ่และการมีรายได้มากกว่า ก็ไม่ได้หมายถึงความรับผิดชอบที่มากกว่าแต่ควรแบ่งเบากันไปตามกำลัง และความถนัดในการแบกรับ ทั้งการแบ่งเบาแบบนี้ยังช่วยให้ฝ่ายชายรู้สึกดีอีกด้วยว่า เขาเองก็มีส่วนร่วมเท่าเทียมกับฝ่ายหญิง

รู้หรือเปล่า! หาวิธีการพูดจาที่ถนอมความรู้สึกของอีกฝ่าย เพราะเราต้องไม่ลืมว่า โดยสัญชาตญาณของผู้ชายนั้น ไม่ต้องการให้คู่ครองของตนเก่งเกินหน้า และมีรายได้มากกว่าจนนึกไปว่าตนไม่สามารถเลี้ยงดู และเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีได้

5.อะไร ๆ ก็เปลี่ยนได้

น้ำต้มผักยังมีขม แล้วประสาอะไรที่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จะไม่สร้างปัญหา โดยเฉพาะ 5 - 10 ปี หลังแต่งงานที่หลาย ๆ คู่มักถึงทางตัน จนต้องจับเข่าคุยกันให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ทางออกคือการตกลงใจร่วมกันในแต่ละปี ว่าเงินก้อนที่มีนั้นคุณทั้งสองจะใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง เช่น หากคนหนึ่งต้องการนำไปลงทุน แต่อีกคนต้องการนำไปเปลี่ยนรถใหม่ ก็ควรหาข้อยุติที่ลงตัวที่สุด คุยให้แน่ใจว่า ข้อตกลงนี้จะไม่มีฝ่ายไหนที่เสียความรู้สึก และคำนึงถึงเรื่องอื่น ๆ ประกอบกันด้วย เช่น เงินที่ต้องใช้เลี้ยงดูลูก การซื้อของชิ้นใหญ่ หรือการเดินทางพักผ่อน ทั้งนี้ต้องไม่ลืมคิดเผื่อในกรณีที่อีกฝ่ายอาจสูญเสียรายได้ในอนาคต เช่น การลาออกจากงาน เงินเก็บจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรสำรองไว้ ไม่ใช้ตามใจการใช้จ่ายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปซะหมด

รู้หรือเปล่า! เรารู้ว่าผู้หญิงกับการช้อปปิ้งเป็นของคู่กัน แต่จะดีกว่ามากถ้าผู้หญิงอย่างเราจะรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง อย่างน้อยนิสัยการใช้จ่ายที่เกินตัว ก็ทำให้ชีวิตคู่หลายคนต้องมีปัญหา และบางครั้งก็อาจลุกลามไปจนถึงการเลิกราได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://financialopen.blogspot.com/2009_06_01_archive.html

8 เคล็ดลับใช้เงินซื้อความสุขให้ตัวเอง


เคยมั้ย เมื่อคุณได้ได้โบนัสประจำปี หรือเมื่อถึงวันเกิด วันสำคัญในชีวิต คุณจะยอมควักกระเป๋าเพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองโดยไม่ลังเล เสียดาย หรือหาเหตุผลร้อยแปดมาบอกปัดความต้องการของตัวเอง ถ้าคำตอบคือ ไม่

วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" มีกุญแจไขความลับเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเงินกับความสุข เพื่อทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นมาฝาก

ความลับที่ว่าก็เพียงง่าย หากคุณยอมจ่ายเงิน เพื่อ

1.สาน สัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนในครอบครัวและเพื่อนของคุณให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

จากผลการศึกษาพบว่าการมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น เป็นอีกหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการมีความสุขในชีวิต โดยคุณเพียงแค่ซื้อตั๋วเครื่องบินซักใบเพื่อบินไปดูหน้าหลานคนแรกของคุณ หรือสละเวลาไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นสมัยมัธยม แทนที่จะไปสนุกสุดเหวี่ยงกับงานงานปาร์ตี้

2.ทิ้งความเบื่อหน่ายใน ชีวิตหลังแต่งงาน

หากคุณยังจมปลัก และวุ่นวายใจกับเรื่องสนามหญ้าที่ขึ้นรก ผ้ากองโตที่ยังไม่ได้ซัก ขอแนะนำให้คุณใช้เงินแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการจ้างเด็กวัยรุ่นพาร์ทไทม์ซักคนมาช่วยคน พร้อมกับล้างโรงรถของคุณให้สะอาดเอี่ยมด้วย

3.ออกกำลังกายให้มากขึ้น

จากผลการวิจัยพบว่าการออกกำลังเป็นวิธีที่เร็วที่สุด และวิธีที่รับรองได้ว่าสามารถช่วยให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ยอมลงทุนควักกระเป๋าเพื่อซื้ออะไรง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นซื้อไอพอด เครื่องเล่นเอ็มพี3แล้วหล่ะก็ การสู้ราคาเพื่อไปออกกำลังกายในยิมที่หรูหราทันสมัย หรือการซื้อรองเท้ากีฬาใหม่ซักคู่ก็ไม่ใฃ่เรื่องยาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้คุณอยากออกกำลังมากขึ้น เชื่อเถอะว่านี่คือการลงทุนเพื่อความสุขที่คุ้มสุดๆ

4.คิดถึงเรื่อง ที่สนุก และสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับคุณได้

คุณเพียงแต่สละเวลาเล็กน้อยเพื่อคุยกับตัวเองและลองถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่ สามารถสร้างความบันเทิงเริงใจให้คุณได้ การตกปลา ชมนก การเดินทาง การล่าสัตว์ แม้กระทั่งการเดินช็อบปิ้งของมือสอง การทำครัว การเล่นสกี หรือการทำสมุดภาพ

สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องมั่นใจว่าปฎิทินการทำงานส่วนตัวของคุณยังมีที่ว่างพอสำหรับกิจกรรม ที่สามารถสร้างความสุขให้คุณได้ และเพื่อให้เงินเป็นตัวสร้างความสุขให้กับคุณ คุณควรจะใช้เงินเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ แทนที่คุณจะเป็นเพียงผู้ครอบครองเงินมากๆไว้เท่านั้น

5.สงบและมั่นคง

ความสงบเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง ซึ่งเงินของคุณก็สามารถช่วยให้มันเกิดขึ้นได้ ด้วยการชำระหนี้สินที่มีอยู่ หรือการเก็บออมเงินไว้ส่วนหนึ่ง

6.จ่ายเงินเพื่อซื้ออาหารที่เป็น ประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น

ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ราคาของผัก ผลไม้ และอาหารสุขภาพทั้งหลายมักจะมีราคาแพงกว่าอาหารฟาสต์ฟู้ด แต่การกินอาหารที่มีประโยชน์จะส่งผลดีในระยะยาวต่อร่างกายของคุณ

7.ใช้ เงินของคุณเพื่อคนอื่นบ้าง

หนึ่งในวิธีของการสร้างความสุขให้กับตัวคุณเอง คือ การทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย ให้ลองพยายามนึกว่าคุณจะใช้เงินของคุณไปในทางใดเพื่อช่วยให้คนอื่นพบกับ โอกาสที่แตกต่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่นคุณอาจบริจาคหนังสือของคุณเพื่อเติมเต็มชั้นหนังสือที่ว่างเปล่าของเด็ก ที่ยากไร้ เป็นต้น

8.ให้คิดถึงตัวเองก่อน

กุญแจสำคัญของการมีความสุขที่สำคัญที่สุด คือการรู้จักตัวเอง และรู้ว่าอะไรจะทำให้ตัวเองพบกับความสุขที่แท้จริง

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์