แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีสมัครเล่นหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีสมัครเล่นหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

ออมเงินไว้ในหุ้นได้



ข้อแนะนำของนักการเงินที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของคนทั่วไปมากที่สุดเห็นจะได้แก่ ข้อแนะนำที่บอกว่า วิธีออมเงินเพื่อวัยเกษียณที่ดีที่สุด คือ การออมไว้ในตลาดหุ้น แต่คนทั่วไปมักมีความรู้สึกว่า ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูง เงินสำหรับไว้ใช้จ่ายในยามแก่เฒ่า น่าจะเก็บไว้ในที่ซึ่งปลอดภัย อาทิเช่น เงินฝากธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้ มากกว่า

สาเหตุที่นักการเงินแนะนำเช่นนี้ เป็นเพราะแม้ว่าหุ้นจะมีความเสี่ยงมากกว่าเงินฝาก หรือตราสารหนี้มาก อาทิเช่น ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี หุ้นอาจทำให้คุณขาดทุนได้มากถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้นอีก ในขณะที่ตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน อาทิเช่น 3-5 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แต่ก็เพราะหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่านี่แหละที่ทำให้ในระยะยาวแล้ว หุ้นจะต้องให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เพราะชดเชยความเสี่ยงที่สูงกว่านั่นเอง การออมเงินเพื่อเกษียณเป็นการออมที่มีระยะเวลาออมที่นานมาก ดังนั้น มันจึงเหมาะกับการออมไว้ในหุ้นมากที่สุด และจากการประเมินพบว่า การออมเงินไว้ในหุ้นนั้น ยิ่งมีระยะเวลาออมนานเท่าไร ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะยิ่งมีความผันผวนน้อยลง และมีค่าเป็นบวกด้วย ที่สำคัญมันสูงกว่าการออมไว้ในหลักทรัพย์ชนิดอื่นๆ ทั้งหมดแบบเทียบกันไม่ได้ แต่คำว่าระยะยาวที่ว่านี้ จะต้องมีระยะเวลายาวนานเกิน 15 ปีขึ้นไป

มีหลายคนระแวงสงสัยว่า การออมเงินไว้เฉยๆ ในตลาดหุ้นนานๆ จะดีจริงหรือ หลายคนมีความเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยถือยาวไม่ได้ เพราะอย่างเมื่อปีที่แล้ว ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่แถวๆ 900 จุด ก็เพิ่งจะร่วงลงมาอย่างแรงจนเหลือเพียงแค่ 380 จุดเท่านั้น แล้วอย่างนี้การออมเงินเกษียณด้วยการซื้อหุ้นทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่มีการขายออกมาเลยจนกว่าจะใกล้เกษียณ จะเป็นวิธีการที่ดีจริงหรือ เกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถแสดงให้เห็นว่า การออมเงินไว้ในตลาดหุ้นไทยเป็นเวลานานมากๆ โดยไม่มีการซื้อๆ ขายๆ ระหว่างทาง สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้จริงๆ เพราะมีกองทุนรวมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กองทุนรวมหุ้นที่เลียนแบบดัชนี (Index Fund) อยู่ กองทุนประเภทนี้มีนโยบายการลงทุนง่ายๆ ด้วยการกระจายเงินลงทุนทั้งหมดไว้ในหุ้นทุกตัวที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีหุ้น เพื่อให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนเปลี่ยนแปลงไปตามดัชนีตลาดหุ้นที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น กองทุนรวมทหารไทย SET50 ของ บลจ. ทหารไทย ลงทุนในหุ้น 50 ตัวที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นมานานแล้วพอสมควร คือ ตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งสามารถทำการศึกษาจากผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ได้ ปรากฏว่า ผลการดำเนินงานของกองทุนนี้เมื่อเร็วๆ นี้เป็นดังนี้

ช่วงเดือนเมษายน 2552 เป็นช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยกำลังย่ำแย่เต็มที่เพราะปัญหาซับไพร์ม จะเห็นได้ว่าผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีของกองทุนนี้ ติดลบมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็พอๆ กับความเลวร้ายของตลาดหุ้นไทยในเวลานั้นเลยทีเดียว หรือถ้าคิดให้เป็นผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ผลตอบแทนก็ยังคงแย่อยู่ดี เพราะยังติดลบมากถึง 31 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากดูผลตอบแทนตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนเลย คือ เมื่อ 8 ปีที่แล้วมาจนถึงปัจจุบันนี้ จะพบว่ากองทุนยังให้ผลตอบแทนที่สูงถึง 123.68 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้รูปแบบอื่นใดในช่วงเวลาเดียวกันอย่างแน่นอน ทั้งที่ทำการวัดผลหลังจากที่เพิ่งเจอวิกฤตไปหมาดๆ ดังนั้น ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นจะเป็นตลาดที่มีความผันผวนมาก แต่ถ้าระยะเวลาที่ออมเป็นช่วงเวลาที่ยาวมากจริงๆ การออมไว้ในหุ้นจึงยังคงเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดอยู่ดี

เคล็ดลับที่สำคัญของการออมเงินเกษียณไว้ในหุ้น คือ ต้องเป็นการออมแบบซื้อสะสมไปเรื่อยๆ ไม่ใช่การซื้อๆ ขายๆ เพื่อทำกำไรส่วนต่างไปตลอดทาง ซึ่งอาจจะคิดว่าการซื้อๆ ขายๆ ไปด้วย จะทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นอีก แต่ที่จริงแล้ว คนส่วนใหญ่ขาดทุนจากหุ้นก็เพราะการซื้อๆ ขายๆ บ่อยๆ ดังนั้น ในระยะยาวมากๆ ผลตอบแทนของหุ้นจะวิ่งเข้าหาอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิของบริษัทที่ได้ทำการลงทุนไปเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าทำการซื้อๆ ขายๆ ระหว่างทางเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น อาจก่อให้เกิดการซื้อขายผิดจังหวะ ทำให้ผลตอบแทนมีความไม่แน่นอน อาทิเช่น พอดัชนีหุ้นหล่นจาก 900 จุด มาเหลือแค่ 700 จุด ไม่ยอมขาย แต่พอร่วงลงต่อไปอีกจนเหลือเพียงแค่ 380 จุด คราวนี้กลับเทขายออกมา เพราะกลัวว่ามันจะลงต่อไปอีกเหลือแค่ 200 จุด พอขายเสร็จ ตลาดหุ้นก็ขึ้นพอดี จากที่ขาดทุนแค่ชั่วคราว ก็เลยกลายเป็นขาดทุนถาวรไป เป็นต้น

เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งของการออมเงินเกษียณไว้ในหุ้น คือ พอร์ตที่ลงทุนจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงที่มากพอด้วย เพราะถ้าหากออมเงินได้นานจริง แต่ลงทุนไว้ในหุ้นแค่ตัวเดียว แล้วบังเอิญหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการที่ล้มเหลวในระยะยาว เงินลงทุนก็คงหายไปหมด ที่จริงแล้ววิธีที่ดีที่สุดในการออมเงินเพื่อเกษียณ คือ การออมด้วยการซื้อกองทุนรวมที่เลียนแบบดัชนี เพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังอยู่ โอกาสที่หุ้นส่วนใหญ่ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีตลาดหุ้นไทยจะล้มลงไปพร้อมๆ กันนั้น แทบจะไม่มีเลย นอกจากนี้ ยังต้องมีเวลาเหลือที่จะออมก่อนถึงวัยเกษียณไม่ต่ำกว่า 15 ปีด้วย ถึงจะสามารถออมไว้ในหุ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าการออมเงินในประเภทต่างๆ นั่นเอง
โดยนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วิธีสมัครเล่นหุ้น

"การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจ" คำนี้นักลงทุนเกือบทุกคนคงเข้าใจดี และยอมรับมันแล้ว ซึ่งหุ้นก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีผลตอบแทนน่าสนใจ และมีความเสี่ยงอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว


นักลงทุนมือใหม่ที่กำลังกระโดดเข้ามาในตลาดหุ้นก็มีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเรามาดูวิธีการสมัครเล่นหุ้นเป็นขั้นตอนกันดีกว่า

1.แรกสุดเราต้องมีเงินก้อน อย่างต่ำสุดประมาณ 1หมื่นบาทก็เล่นได้แล้ว และในเงิน 1หมื่นนี้ ต้องทำใจเผื่อว่า อาจจะหมดตัวได้ค่ะ

2.วิธีการเปิด account ลองสอบถามจาก broker หลายๆ broke มีทั้งหมดประมาณ 40 แห่ง เช่น เอเชียพลัส(APS) ,บัวหลวง (BLS) ,ทิสโก้ (TSC) กิมเอ็ง (KEMENG) เป็นต้น เขาจะแนะนำได้ ปัจจุบัน broker จะต้องให้เราส่งเอกสารเกี่ยวกับการเงินให้พิจารณาการเปิดบัญชีด้วย

บัญชีชื้อขายหุ้น แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทให้คุณเลือกตามความต้องการใช้เงินในการเล่นหุ้นของคุณ คือ

1. ประเภทบัญชีเงินฝาก(Cash Balance) การซื้อขายหุ้นตามจำนวนเงินฝาก โดยไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการซื้อขายเเต่อย่างใด ค่าธรรมเนียมคอมมิชชั่น เท่ากับร้อยละ 0.15(0.15%) กรณีซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งวัน ต่ำกว่าจำนวน 30,000 บาท ค่าธรรมเนียม จะเท่ากับ 45 บาท(ทั้งนี้แล้วแต่โบรกเกอร์)

2.ประเภทบัญชีเครดิต(Cash Account)การซื้อขายหลักทรัพย์ตามวงเงินที่อนุมัติ การชำระราคาเป็นลักษณะ T+3 โดยกำหนดหลักทรัพย์ค้ำประกันขั้นต่ำเท่ากับ ร้อยละ 15(15%)ค่าธรรมเนียมคอมมิชชั่น เท่ากับร้อยละ 0.20(0.20%)กรณีซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งวัน ต่ำกว่าจำนวน 22,500 บาท ค่าธรรมเนียมคอมมิชชั่น จะเท่ากับ 45 บาท(ทั้งนี้แล้วแต่โบรกเกอร์)http://www.settrade.com/brokerpage/IPO/StaticPage/OpenAccount/compare_member.html

ขั้นตอนการเปิดบัญชี

1. สำหรับประกอบการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ต

1.1.เตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

1.2. เตรียม statement บัญชีเงินฝากเจ้าของบัญชี

1.3.เซ็นสัญญาเอกสารการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อเปิดบัญชีหลักทรัพย์

2.รอผลการพิจารณาจากโบรกเกอร์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
โบรกเกอร์แต่ละแห่งก็จะมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการรับลูกค้าแตกต่างกัน คุณคงจะต้องสอบถามรายละเอียดและต่อรองกับบริษัทเองด้วย แต่โดยทั่วไป ก็จะมีมาตรฐานที่คล้ายคลึงกัน คือ พิจารณาฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้จากความน่าเชื่อถือของคุณ พิจารณาหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงทรัพย์สิน รายได้หรือตำแหน่งหน้าที่การงานของลูกค้า และหลักฐานการค้ำประกัน เพื่อกำหนดวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาความเหมาะสมด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเป้าหมายการลงทุน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ และระดับการยอมรับความเสี่ยง รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา ภาระหนี้สิน เป็นต้น เพื่อกำหนดประเภทบัญชีและวิธีการให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

3. เมื่อได้รับการอนุมัติให้เปิดบัญชีแล้ว คุณจะได้รับแจ้งเลขที่บัญชี หรือรหัสประจำตัวลูกค้าซึ่งจะใช้ในการส่งคำสั่งซื้อขาย เปลี่ยนแปลง ยกเลิก รวมทั้งการชำระเงิน หรือในการติดต่อใด ๆ กับโบรกเกอร์ รหัสนี้คุณต้องเก็บเป็นความลับ เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจมีผู้แอบอ้างทำให้เกิดความเสียหายได้

4.ลงโปรแกรมการซื้อขายหุ้นผ่านอินเตอร์เนต ซื่งแต่ละบ.โบรกเกอร์ก็แตกต่างกัน ลองสอบถามจากโบรกเกอร์นั้น ๆ

เท่านี้เราก็สามารถซื้อขายหุ้นผ่านเน็ตได้แล้ว เดี๋ยวหัวข้อต่อไปจะสอนวิธีการซื้อ-ขายหุ้นกันค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก settrade.com